AdWords Bid Simulator‏

แต่ก่อนแต่ไรมา เวลาเราต้องการที่จะดูว่า Keywords แต่ละคำที่เราจะทำโฆษณา (หรืออาจจะทำไปแล้ว) นั้น มีคนค้นหาเยอะมากน้อยแค่ไหน และค่า Max CPC ที่เราตั้งไว้ จะทำให้ Keywords ของเราขึ้นแสดงในตำแหน่งไหน มีคนเห็น และคนคลิกโดยประมาณเท่าไหร่ ทาง Google AdWords ก็มีเครื่องมือให้เราเข้าไปดูค่าต่างๆเหล่านี้ได้ที่ Keywords Suggestion Tools หรือไม่ก็ Traffic Estimator Tools

แต่แน่นอนครับว่า ค่าสถิติเหล่านี้เป็นเพียงค่าประมาณเท่านั้น เวลานำไปใช้จริงนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากที่ทำให้ ผลลัพธ์ของการโฆษณาไม่ค่อยจะตรงกับค่าที่ทาง Google ให้มาครับ

เพื่อให้ผู้ลงโฆษณาได้รับข้อมูลการตั้งค่าบิดที่ละเอียดและถูกต้องมากขึ้น ทาง Google จึงได้จัดทำเครื่องมืออีกตัวหนึ่งขึ้นมา ชื่อว่า Bid Simulator ครับ ซึ่งเราสามารถเข้าไปใช้งานได้เพียงแค่เข้าไปคลิกที่เครื่องหมาย ที่อยู่ตรงคอลัมน์ Max CPC ด้านหลังค่า Max CPC ที่เราตั้งไว้

โดยผลลัพธ์ที่ได้จาก Bid Simulator นี้ ทาง Google จะรวบรวมเอามาจาก สถิติการแสดงโฆษณาใน 7 วันล่าสุด ของแต่ละ Keywords ที่เราต้องการจะดู มาวิเคราะห์และแสดงผลลัพธ์ให้ดูว่า เราสามารถจะตั้งค่า Max CPC ได้เท่าไหร่บ้าง และเมื่อตั้งแล้วจำนวนคนเห็นโฆษณา และคนคลิกโฆษณาจะมากขึ้นหรือน้อยลงแค่ไหนครับ



และสำหรับ Keywords ที่เราเพิ่งทำโฆษณาได้ไม่กี่วัน เราก็จะไม่สามารถใช้งาน Bid Simulator นี้ได้ครับ เพราะ Google ยังไม่สามารถรวบรวมได้เพียงพอ รวมทั้ง Keywords บางที่ไม่ค่อยมีคนค้นหานั้น Google ก็อาจจะไม่สามารถแสดงผลลัพธ์จำนวนคลิก และราคาที่จ่ายออกมาได้ครับ

โดยส่วนตัว จากเท่าที่ลองเล่นๆ ตัว Bid Simulator นี้มาสักพักนึง พบว่าทำให้ผมรู้สถิติความเป็นไปของ Keywords ที่สนใจมากขึ้น รู้ว่าค่าบิดควรจะอยู่ในระดับที่เท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม และที่สำคัญทำให้รู้ว่า Keywords คำไหนมีคู่แข่งเยอะ คำไหนมีคู่แข่งน้อยครับ

เพราะบาง Keywords นั้น ตัว Bid Simulator แสดงให้เห็นเลยว่า สามารถลดค่า Max CPC ลงมาได้เยอะ ในขณะที่ยังจะได้รับจำนวนคลิกไม่ต่างจากเดิมมาก ซึ่งแสดงว่า Keywords นี้ การแข่งขันไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ คนที่ทำโฆษณาแข่งกับเราก็ไม่ได้จ่ายค่าโฆษณาเยอะ

แต่ในบาง Keywords พอดูผลลัพธ์จาก Bid Simulator แล้ว พบว่า แทบจะไม่สามารถลดค่า Max CPC ลงได้เลย เพราะว่าค่า Max CPC ที่เสนอมาราคาใกล้เคียงกันมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การแข่งขันใน Keywords นี้สูงมาก และผู้ลงโฆษณาแต่ละคนยอมจ่ายมาก เพื่อให้ขึ้นอันดับสูงๆ ครับ

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ Google ทำเพิ่มก็คือ การปรับค่าผลลัพธ์ไปเรื่อยๆให้ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด โดยเมื่อเราทำการเปลี่ยนค่า Max CPC ใหม่แล้ว ทาง Google ก็เก็บต่อไป และมาบอกเรา มาเปรียบเทียบให้เราเห็นเลยว่า ก่อนเปลี่ยน และ หลังเปลี่ยน มีสถิติแตกต่างกันอย่างไร มีอะไรที่ดีขึ้น อะไรที่แย่ลงบ้าง (คล้ายๆ กับให้เราทำการ Split Test Max CPC ได้นั่นเอง)

ก็จะทำให้เราสะดวกในการทำ trial & error ของการปรับค่าบิดให้แม่นยำมากที่สุดครับ





ตราวุทธิ์

SEO คืออะไร

SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การปรับแต่งให้ Search Engine รักและจัดอันดับเว็บไซต์ของเราให้อยู่อันดับต้น ๆ ในผลการค้นหา ซึ่งมีวิธีการมากมายที่จะทำให้การปรับแต่งมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น- การทำ URL Friendly คือการทำให้ URL สื่อความหมายในเรื่องที่เรานำเสนอให้มากที่สุด แต่ไม่ควรยาวจนเกินไป โดยสามารถใช้เครื่องหมาย – คั่นระหว่างคำแต่ละคำได้- การเขียนเนื้อหาที่มีประโยชน์ต่อผู้เข้าชม และนำเสนอในแนวทางที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร และให้เนื้อหาเด่นชัดในเรื่องที่ต้องการนำเสนอ- นำเสนอข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชม ให้สามารถหาข้อมูลที่ต้องการได้มากที่สุด- มีการอ้างอิงข้อมูลในเว็บไซต์ของเรา จากเว็บไซต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่เรานำเสนอ
“โดยแท้จริงแล้ว SEO คือการสร้างเว็บไซต์ให้มีประโยชน์ต่อผู้เข้าชมให้มากที่สุด”

From:www.seomany.com

กฎทองในการตั้งชื่อโดเมน

ทำเงินบนโลกไอทีสัปดาห์นี้ยังคงว่าด้วยเรื่องการลดต้นทุน หลายคนอาจจะงงว่าการตั้งชื่อโดเมนเนมจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร คำตอบคือหากชื่อโดเมนเว็บไซต์ของเราจำง่ายและเหมาะสม ก็จะทำให้เราประหยัดพลังเงินและพลังงานในการทำ SEO หรือการทำชื่อโดเมนเนมให้ติดอันดับผลการสืบค้นของเสิร์ชเอนจิ้นได้ ***ลดรายจ่ายในธุรกิจไอที - เลือกชื่อโดเมนให้เหมาะกับธุรกิจ (บทความโดย ภาคภูมิ ไตรพัฒน์ www.thnic.co.th) ผมนั่งดูสถิติจำนวนผู้จดโดเมน .th ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสิ้นปีที่แล้วถึงปีนี้ ดูเหมือนว่ากระแสความตกต่ำทางเศรษฐกิจในประเทศจะส่งผลตรงข้ามกับธุรกิจออนไลน์ น่าจะเป็นไปได้ว่ามีการอพยพหนีกระแสลบจากธุรกิจออฟไลน์ เข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ที่คงจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่งเพื่อกู้สถานการณ์ตอนนี้ สาเหตุที่ธุรกิจออนไลน์พากันเจริญเติบโต อันเนื่องมาจากต้นทุนที่ต่ำกว่าธุรกิจแบบทั่วไปมาก ที่เห็นได้ชัดอย่างแรกเลยคือ ไม่ต้องไปหาเช่าอาคารพาณิชย์ 2 คูหาห้องมุม ติดย่านธุรกิจ เพื่อจะเปิดเป็นหน้าร้านหรือโชว์รูม ซึ่งราคาก็คงอยู่ที่หลายล้านบาท จนไปถึงหลายสิบล้านบาท สู้มาเปิดหน้าร้านออนไลน์ เสียค่าจดโดเมน ค่าเช่าโฮสต์ แถมด้วยค่าออกแบบเว็บไซต์แทนที่จะไปเสียค่าตกแต่งร้าน รวม ๆ แล้วน่าจะอยู่ในเกณฑ์หลักหมื่น หรือแสน ก็แล้วแต่ความหรูหราของเจ้าของร้าน แต่ที่แน่นอนลดต้นทุนแรกเริ่มลงไปได้โขทีเดียว อันดับต่อไปคงเป็นเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ร้านเราให้คนรู้จัก ตอนนี้เราไม่มีห้องหัวมุมในแหล่งชุมชน แต่เราก็ยังต้องการคนมาเดินผ่านหน้าร้านเราอยู่ดี เหล่านี้คงต้องพึ่ง Search Engine และการทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้หน้าร้านเราเข้าไปอยู่ในอันดับต้น ๆ เพื่อให้คนผ่านตาและพร้อมที่คลิ้กเข้ามา แล้วแทนที่เราจะเอาแผ่นพับไปแจก เอาโปสเตอร์ไปติด ไปเช่าเวลาไม่กี่วินาทีในโทรทัศน์วิทยุ มาทำโฆษณา ซึ่งสนนราคาเป็นแสนกันเลยทีเดียว เราก็สร้างลิงค์ ติดแบนเนอร์ ตามเว็บไซต์ที่มีกลุ่มลูกค้าเราอยู่ ดูน่าจะเป็นวิธีที่ประหยัดกว่ามาก ทีนี้หันมาดูทางด้านโดเมน เมื่อทำธุรกิจออนไลน์ โดเมนก็เปรียบเสมือนชื่อร้าน ชื่อร้านที่ลูกค้าเราจะจำเราได้ ซึ่งจะเป็นชื่อร้านที่เหล่า search engine เช่น Google หรือ Yahoo จะรู้จักเรา และดึงหน้าร้านของเราไปแสดงผ่านสายตาลูกค้า การมีชื่อร้านที่เหมาะสมก็จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระได้มากทีเดียว อย่างไรหรือครับ ขออธิบายอย่างนี้ครับ เมื่อชื่อเป็นที่เข้าใจได้ของผู้พบเห็น เช่นเกี่ยวกับสินค้าที่เราขาย ก็ง่ายต่อการจดจำของลูกค้า จากนั้นการจะสร้างแบรนด์จากชื่อโดเมนก็ไม่ใช่เรื่องยาก จะเอาชื่อโดเมนเราไปแปะไว้ตรงไหน ก็ง่ายที่คนจะจำได้ และลูกค้าก็ง่ายที่จะกลับมาใช้บริการเราอีก ยิ่งไปกว่านั้นหากชื่อโดเมนเราง่ายต่อการเข้าใจของ search engine ด้วยแล้ว ก็จะทำให้เราประหยัดพลังในการทำ SEO ลงไปได้ด้วย ทีนี้ก็มาลองดูกันซิครับ ว่าเทคนิคและขั้นตอนที่จะช่วยในการเลือกโดเมนที่ผมเรียกว่า “เหมาะสม” มันควรจะมีอะไรบ้าง 1.เริ่มด้วยการมองธุรกิจตัวเองครับ ว่าเราขายอะไร แล้วเขียนคีย์เวิร์ดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องออกมาครับ รวมทั้งคำต่าง ๆ ที่จะอยู่ในเว็บไซต์ของเรา หรือแม้แต่คำหรือคีย์เวิร์ดที่อยู่ในเว็บไซต์อื่นที่ทำธุรกิจเดียวหรือใกล้เคียงกับเรา 2.จากนั้นเอาคำเหล่านั้นมาเลือก โดยให้คะแนนตามคุณสมบัติดังนี้ครับ 2.1สั้น 2.2จำง่าย 2.3ไม่งง 2.4พิมพ์ผิดยาก 2.5ตรงกับธุรกิจหลักของเรา 2.6ออกเสียงได้ 2.7ความหมายในทางกว้าง หรือ เฉพาะเจาะจง เช่น เราทำเว็บเกี่ยวกับรถ ควรเลือกคำว่า CAR หรือหากเราจะทำเว็บรถฟอร์ด ก็ควรจะเลือกคำว่า FORD และอยากให้สังเกตนิดครับว่า คำที่ “สั้น” ไม่ใช่คำที่ “จำได้ง่าย” เสมอไป เช่นเราต้องการใช้คำว่า “This Name Is Good Oh My God” ลองพิจารณาดูครับว่าระหว่าง 2 โดเมนนี้ ใครจำง่ายกว่ากัน “tnigomg.in.th” กับ “ThisNameIsGoodOhMyGod.in.th” คุณจะเลือกอันไหน 3.เมื่อได้ชื่อแล้ว ก็เลือกดอท ว่าจดดอทอะไรดี .com หรือ .co.th หรือ .in.th หรือ อื่น ๆ ไม่ว่าจะจดดอทอะไร เราก็สามารถมีลูกค้าได้ทั่วโลกเช่นเดียวกัน และเราอาจจะจดไว้มากกว่า 1 ดอท เพื่อดักความสับสนของผู้ใช้งานเอาไว้ การเลือกใช้ดอทท้องถิ่น เช่น .th ก็จะดีหากต้องการให้คนรู้ว่า เราเป็นธุรกิจไทย เนื่องจาก .th มีการตรวจสอบการมีตัวตนของเจ้าของโดเมน ซึ่งจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ด้วย 4.เข้าไปเช็คตามผู้ให้บริการของดอทนั้น ๆ ว่า ชื่อที่เราเลือกว่างอยู่หรือเปล่า ถ้าว่าก็จดเลยครับ อย่าช้าอยู่ แต่ถ้าไม่ว่าง ก็ให้ลองทำข้อต่อไปครับ 5.ให้เอาคำที่เลือกมาขยายด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น 5.1ใช้คำที่มีความหมายเหมือนหรือใกล้เคียงกัน แต่เปลี่ยนรูป เช่น แปลงเป็น คำนาม, คำกริยา, คำวิเศษณ์ .... เช่น Fly, Flight, Flew, Flyer 5.2เติมตัวเลขลงไปในคำ 5.3เติมคำนำหน้า เช่น The หรือ My 5.4เติมเครื่องหมายขีด “-“ ซึ่งเป็นอักขระพิเศษตัวเดียวที่สามารถอยู่ในโดเมนได้ ตรงนี้มีประเด็นอยู่นิดครับ คือ หากเรามุ่งเน้นให้คนจำชื่อเว็บเราได้และบอกต่อ ไม่ควรจะใส่ขีด เพราะคนส่วนใหญ่เวลาจดจำไปจะไม่ได้จำขีดไปด้วย ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้จะจำได้ แต่เวลาบอกต่อไม่ได้บอกขีดไปด้วย ทำให้เกิดความสับสนขึ้นได้ แต่ที่กลับกันคือ “ขีด” จะมีผลดีในการช่วยแบ่งคำเพื่อให้ search engine เข้าใจถูกต้องมากขึ้น 5.5เช่นเดียวกันกับข้างบนครับ เมื่อจะต้องเติม S ควรพิจารณาดี ๆ เพราะ S จะยากสำหรับการบอกต่อเช่นกัน 6.สิ่งที่ต้องระวังในการตั้งชื่อคือตัวอักษรที่จะสร้างความสับสนเช่น O (โอ) และ 0 (ศูนย์) หรือ l (แอล), 1 (หนึ่ง) และ I (ไอ) ควรเลี่ยงตัวอักษรเหล่านี้ในบางตำแหน่งที่จะทำให้คนเข้าใจผิดได้ เช่น fun0.in.th แบบนี้จะทำให้ตัดสินใจยากว่า เป็นศูนย์หรือโอ 7.เมื่อได้คำใหม่แล้ว ก็ให้วนกลับไปทำตามข้อ 4 และทำไปเรื่อย ๆ หากชื่อที่ต้องการยังไม่ว่าง ต้องจำไว้นิดครับว่า “คนจะไม่จำ เพียงเพราะเราอยากให้เขาจำ” ฉะนั้นคงต้องสละเวลาพอสมควรในการคิดค้นชื่อ เริ่มต้นดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งครับ นักธุรกิจหน้าใหม่ใช้ทุนต่ำ ๆ จะประสบความสำเร็จคงต้องลงทุนสมองเพื่อจะขึ้นมาอยู่ในชั้นแนวหน้าได้

ที่มา www.manager.co.th

7 ขั้นตอนทำเวบให้ติด Index ภายใน24 ชั่วโมง

7 ขั้นตอนการทำให้ได้ที่เว็บไซต์ใหม่ของคุณในการสร้างดัชนี 24 ชั่วโมง
โพสต์โดยไมเคิลดี Jensen ที่ 26. พฤศจิกายน 2007


ส่วนใหญ่ SEO ของคุณจะให้คำแนะนำในการซื้อที่มีอยู่เว็บไซต์ / โดเมน (จำนวนมากอายุประโยชน์) แต่มีครั้งเมื่อคุณต้องเริ่มต้นจากการเกากับสดโดเมน. ซึ่งบางครั้งสามารถใช้เวลาสองถึงสามสัปดาห์เพื่อรับโดเมนใหม่การสร้างดัชนีโดย Google (แม้กระทั่งอีกต่อเพื่อเริ่มต้นการจัดอันดับ!). เพื่อเพิ่มความเร็วในการรับการสร้างดัชนีไซต์ของคุณได้อย่างรวดเร็วแม้ใน 24 ชั่วโมงให้ทำตามขั้นตอนที่อธิบายด้านล่างนี้:

1) สร้าง 5 หน้าเนื้อหา
ข้ามที่ "ใต้ก่อสร้าง" หน้าและเขียนหลายหน้าเนื้อหาจริงอย่างน้อยสองสามย่อหน้า.

2) ภายในสร้างลิงค์ไปยังหน้าเว็บของท่าน
ใส่เนื้อหาในเทมเพลทมีโครงสร้างเมนูเพื่อให้ขั้นตอนนี้ได้ง่ายขึ้น. คุณสามารถค้นหาแม่แบบที่ oswd.org ฟรีและสถานที่อื่นๆอย่างน้อยเพื่อเริ่มต้น. ลิงก์ไปยังเนื้อหาที่ผ่านเมนูและถ้าคุณมีใหญ่หน้าที่ลิงค์ไปจากเนื้อหาของหน้าหรือสอง.

3) แท็กในสังคม Bookmarking เว็บไซต์
หลังจากเพียงไม่กี่นาทีเพื่อสร้างบัญชีด้วยเว็บไซต์เหล่านี้คุณสามารถส่งลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของคุณ. ซึ่งจะทำให้คุณทันทีทาง Google และเครื่องมือค้นหาอื่นๆเพื่อหาเว็บไซต์ของคุณเนื่องจากสังคม bookmarking เว็บไซต์เหล่านี้ได้รับการเข้าชมจากเครื่องมือค้นหาซอฟต์แวร์หุ่นยนต์ (เช่นที่ Googlebot) ทีเดียวประจำ. บาง bookmarking เว็บไซต์แนะนำ: Del.icio.us, BlinkList, StumbleUpon.com และหุบ. แน่ใจว่าคุณแท็กพวกเขาพร้อมด้วยคำทั่วไปเช่นที่คุณพบในแท็กเมฆ (BlinkList มีดีเพียงเลื่อนลงในหน้าเว็บเพื่อเห็นมัน).

4) ที่เป็นที่นิยมและความคิดเห็นเกี่ยวกับล่าสุดบล็อก (กับลิงก์)
ค้นหา 5 บล็อกที่มีการพอทำเนารับความนิยมที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณและมีการโพสต์บล็อก (สุดท้ายวันหรือสองวัน). อ่านโพสต์และเพิ่มความคิดเห็นว่าการสนทนารวมทั้งลิงค์ไปยังเว็บไซต์ของคุณใน URL ที่ฟิลด์.

5) สร้างส่งและปิง XML ของคุณแผนผังเว็บไซต์
คุณสามารถสร้างฟรี XML ที่แผนผังเว็บไซต์ที่นี่จากนั้นอัปโหลดไฟล์ไปยังเว็บไซต์ของคุณ (เพียงบันทึกเป็น sitemap.xml). แล้วส่ง Ping ไปที่ Google กับแผนผังเว็บไซต์โดยพิมพ์ใน URL ต่อไปนี้ในเบราเซอร์แทนที่ชื่อโดเมนของคุณเอง:

http://google.com/webmasters/sitemaps/ping?sitemap=http://www.mysite.com/sitemap.xml

ถัดจากนั้นสร้างบัญชีกับ Google เว็บมาสเตอร์เซ็นทรัลเพิ่มเว็บไซต์ของคุณและส่ง XML ของคุณแผนผังเว็บไซต์.

6) ติดตั้ง Google Analytics
เพิ่มผู้ใช้ Google Analytics (ฟรี) ไซต์ของคุณ. อย่าลืมตรวจสอบเว็บไซต์ของท่านกับพวกเขาเพื่อให้ได้รวบรวมข้อมูลเริ่ม.

7) บางเรียกใช้โฆษณา Google
สร้างบัญชีกับ Google AdWords และเริ่มใช้งานโฆษณาบางแม้ว่ามีเพียงสำหรับชื่อโดเมนชื่อบริษัทหรือบางยาวหางคำหลัก. Google ได้เพื่อไปยังเว็บไซต์ของท่านเนื่องจากการที่พวกเขาคะแนนคุณภาพซึ่งประกอบด้วย "หน้าที่เชื่อมโยงไปถึงที่มีคุณภาพ". ค่าใช้จ่ายเพียงสองสาม bucks และสามารถช่วยให้การสร้างดัชนีเริ่มต้น.

ด้วยขั้นตอนเหล่านี้คุณจะเห็นการสร้างดัชนีไซต์ของคุณได้อย่างรวดเร็วพอทำเนา. ฉันไม่สามารถรับประกัน 24 ชั่วโมงแต่เป็นไปได้. อย่างน้อยที่สุดจะเพิ่มความเร็วการสร้างดัชนีนัยสำคัญ (จากสัปดาห์วัน). มองหา "Googlebot" เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ของคุณในการวิเคราะห์. แล้วมองหาเว็บไซต์ของคุณที่จะแสดงขึ้นกับ Google โดยทำกับการค้นหาเว็บไซต์: การ (เช่นเว็บไซต์: sphinn.com). เพลิดเพลิน!

แปลจาก:google translate