คนกรุงตื่น!UFO โผล่กลางกรุง

ที่มา สำนักข่าวINN,ช่อง3,ช่อง11 และห้องหว้ากอ พันทิป
16 ธันวาคม 2552

สื่อ มวลชนไทยจำนวนมากรายงานข่าวช่วงค่ำวันนี้ ซึ่งรวมทั้งข่าวภาคค่ำโทรทัศน์ช่อง 3 ข่าวภาคค่ำช่อง 11 รวมทั้งสำนักข่าวINNที่แจ้งข่าวผ่านSMSรายงานข่าวตรงกันทำนองว่าในเวลาราว 17.20น.วันนี้ คนกรุงเทพฯในหลายจุด เช่น สีลม วิภาวดี รามคำแหง ได้พบเห็นวัตถุบินประหลาดที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัด(UFO) โดยINNรายงานว่าเป็นวัตถุเรืองแสงกว่า 40 แท่งลอยเหนือฟากฟ้ากรุงเทพฯ นักวิทยาศาสตร์เร่งพิสูจน์

ส่วนช่อง 11 โทรทัศน์ของรัฐบาลถ่ายภาพวัตถุบินได้ลึกลับบริเวณหน้าสถานีแถววิภาวดี และรายงานว่ายังไม่ทราบว่าวัตถุลึกลับคืออะไร

แม้ กระทั่งรายการข่าว3มิติทางช่อง3ที่นำเสนอข่าวในช่วงเวลา23.00น.วันนี้ก็ยัง รายงานว่า พบเห็นวัตถุประหลาดในกรุงเทพฯ โดยที่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไร โดยรายงานว่าพบวัตถุประหลาดในเวลา17.15 จากนั้นมีการสัมภาษณ์ผู้ถ่ายภาพไว้ได้ และสัมภาษณ์นายชัยวัฒน์ คุปตระกูล นักดาราศาสตร์ ซึ่งให้ตรวจสอบว่าคืออะไร

ขณะที่ผู้อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ได้เขียนตอบกระทู้ในห้องหว้ากอ เวบไซต์พันทิปเฉลยว่ามัน.. คือ... ลูกโป่งครับ

เค้า ปล่อยลูกโป่งที่มัดติดกันเป็นแท่งๆ ยาวๆ ประมาณสี่สิบอัน ที่หน้า Central World ในงานเปิดประติมากรรมช้างสัมฤทธิ์ ของไทยเบฟฯครับ ผมอยู่ในงาน เค้าปล่อยตอนห้าโมง ข่าวออกตอนห้าโมงกว่า ผมว่ามันคืออันเดียวกันหล่ะครับ

ลูกโป่งสะท้อนแสง เป็นแท่งยาวๆ ทำให้เห็นเป็นแบบนั้น

มันวิ่งไปในทางเดียวกัน เพราะลมมันพัดไงครับ ลูกโป่งก้อต้องไปในทางเดียวกันดิ

อย่าคิดมากครับ อย่าคิดมาก ^^'

ส่วนอีกรายอ้างทำนองเดียวกันว่าเซ็ลทรัลเวิรดิ์เปิดงานลอยลูกโป่งผูกกับแท่งสะท้อนแสงกว่าสี่สิบลูกช่วงห้าโมงกว่า
หาคิดไม่ว่าแสงสะท้อนช่วงยามเย็นจะส่องเป็นประกายคล้ายยานบินUFO

เคลื่อนลอยไปตามแรงลม บางครั้งหยุดนิ่ง บางครั้งเคลื่อนเร็วเพราะกระแสลม บางครั้งวนเกาะกลุ่มกัน

สงสัย เดี๋ยวไปเล่าให้น้องสาวที่เห็นมามันคงจะหัวเราะในจินตนาการของมันแน่ๆ เล่นผูกแท่งเงินสะท้อนแสงยามเย็นกับลูกโป่งสวรรค์กลายเป็นจานบินเลย กรรม...

INN-คนกรุงตื่น!วัตถุเรืองแสงลอยในอากาศ

สำนัก ข่าวINNลงรูปพร้อมข่าวว่า คน กทม.ตื่น! ลำแสงประหลาดโผล่ท้องฟ้ากว่า 30 ดวง ขณะที่ส่องดูด้วยกล้องพบมีลักษณะไม่เหมือนดาวทั่วไป

คน กทม.ตื่น!วัตถุเรืองแสงจำนวนมากลอยในอากาศย่านคลองถม ห้วยขวาง และรามคำแหง 21 ซึ่งสามารถมองด้วย
ตาเปล่าได้ชัดเจน ขณะกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ จากการตรวจสอบพบผู้คนออกมาดูกันเป็นจำนวนมาก และต่าง
วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา โดยกลุ่มดาวดังกล่าวเคลื่อนตัวจากทิศตะวันตกมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
หลังจากผู้สื่อข่าวออกไปตรวจสอบ พบว่ากลุ่มลำแสงดังกล่าว มีจำนวนประมาณ 20-30 ดวง



และ เคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียงกันทั้งหมด และเมื่อส่องดูด้วยกล้องส่องทางไกล ที่มีระยะการมองเห็นขนาด 2 ก.ม. พบว่า ดาวแต่ละดวงมีลักษณะคล้ายแสงไฟ เป็นรูปวงรี โดยมีแสงไฟเกิดขึ้นตรงกลาง ส่วนบริเวณรอบๆ ของแสงไฟปริศนานั้น จะเห็นเป็นลักษณะสีดำคล้ายวัตถุที่ไม่ใช่ดวงดาว และสามารถเคลื่อนตัวได้รวดเร็ว ภายใน 10-15 นาที พบว่าเคลื่อนตัวทำมุมประมาณ 30-37 องศา และยังเป็นที่สงสัยของ ปชช. ว่า กลุ่มแสงไฟดังกล่าวเป็นสิ่งใด เนื่องจากมีลักษณะไม่เหมือนกับดวงดาวทั่วไป


อาจารย์ ประพีร์ วิราพร นายกสมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นถึง กรณีกลุ่มลำแสงปริศนา ที่ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า ในพื้นที่ กทม. และมีประชาชนย่านบึงกุ่ม คลองถม และย่านรามคำแหง ห้วยขวาง สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ประมาณ 30 ดวง ว่า จากการวิเคราะห์เบื้องต้นแล้วสรุปได้ 3 ประการ คือ

ประการแรกสิ่ง ที่ปรากฏขึ้นในครั้งนี้ ไม่ใช่ดวงดาวอย่างแน่นอน เนื่องจาก ปรากฏขึ้นในช่วงฟ้าสว่างอยู่ ซึ่งดวงดาว โดยทั่วไปจะไม่สามารถสู้กับแสงพระอาทิตย์ได้ ทำให้ไม่เห็นดวงดาวในเวลากลางวัน และเมื่อมืดลงลำแสงดังกล่าวได้หายไป ประการที่ 2 สิ่งที่เกิดขึ้น ยืนยันว่า ไม่น่าจะเป็นจานบิน UFO อย่างแน่นอน

และ ประการสุดท้าย เชื่อว่าลำแสงที่เกิดขึ้น อาจจะมาจากบอลลูนจากการจัดงาน หรือแข่งขันกันในพื้นที่ใกล้เคียง กทม. ก็อาจเป็นได้ หรือเป็นบอลลูนประเภทที่ทางหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง ปล่อยบอลลูนชนิดสำรวจอวกาศ เพื่อโคจรตรวจสอบสภาพอากาศหรือสิ่งใด สิ่งหนึ่ง ก็อาจเป็นได้ ซึ่งตรงนี้ จะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดต่อไป

นายเกรียง ไกร กอวัฒนา ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ระบุ ถึงปรากฏการณ์ลำแสงประหลาดกลางท้องฟ้า ทำให้ประชาชนใน กทม. หลายท้องที่ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ว่า ขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มาจากสิ่งใด ส่วนข้อสอบถามที่ว่า วัตถุดังกล่าว อาจจะเป็นบอลลูนวัดลมชั้นบนบรรยากาศ ที่กรมอุตุฯ ปล่อยออกไปหรือไม่นั้น นายเกรียงไกร ยอมรับว่า ในทุกเย็นจะมีการปล่อยบอลลูนดังกล่าวจริง เพื่อวัดความชื้นของชั้นบรรยากาศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการบิน หรือ ประโยชน์อย่างอื่นจริง แต่ก็ยืนยันว่า ลำแสงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่บอลลูน จากกรมอุตุฯ อย่างแน่นอน ประการแรก ทางกรมอุตุฯ จะปล่อยสถานีละ 1 ลูก ในทุกสถานีทั่วประเทศ ซึ่งรวมแล้ว มีเพียง 8 สถานี และจะไม่มีลำแสงสะท้อน ในลักษณะที่เห็นภาพข่าวออกมา แต่ลำแสงปริศนาที่เกิดขึ้นนั้น มีจำนวนประมาณ 30 ดวง ทำให้เชื่อได้ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่การปฏิบัติงานของกรมอุตุฯ อย่างแน่นอน

No comments: