จ่ายเงินยอมความ"Toys R Us"ทำอเมซอนกำไรฮวบ

อเมซอน (Amazon.com) ประกาศตัวเลขกำไรลดลงในช่วงไตรมาส 2 ของปี (เมษายนถึงมิถุนายน) ระบุว่าการจ่ายเงินยอมความแก่ทอยอาร์อัส (Toys R Us) ร้านของเล่นชื่อดังที่เคยเป็นพันธมิตรกับอเมซอนมูลค่า 51 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.78 พันล้านบาท) ทำให้กำไรของอเมซอนลดลง 10% ปัดไม่ให้ตัวเลขยอดขายคินเดิล (Kindle) เครื่องอ่านอีบุ๊กที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยล่าสุดอเมซอนออกมาประกาศขอโทษเจ้าของคินเดิล ที่ลบไฟล์อีบุ๊กในเครื่องจากทางไกลโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้พาให้อเมซอนมีกำไรในไตรมาสนี้เพิ่มตามไปด้วย โดยอเมซอนระบุว่า บริษัทสามารถทำยอดรายรับรวมได้เพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 4.65 พันล้านเหรียญ (ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 4.69 พันล้านเหรียญเล็กน้อย) แต่กำไรในช่วงสามเดือนที่ผ่านมากลับคิดเป็นสัดส่วนลดลง 10% ทำได้ 142 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 32 เหรียญต่อหุ้น จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 158 ล้านเหรียญ หรือ 37 เซนต์ต่อหุ้น เนื่องจากค่าปรับที่บริษัทต้องเสียให้กับบริษัททอยอาร์อัส ที่ฟ้องร้องอเมซอนข้อหาวางขายสินค้าที่ทอยอาร์อัสได้สิทธิ์วางจำหน่ายเพียงผู้เดียว เป็นผลให้ทอยอาร์อัสเสียหายทางธุรกิจจนต้องเรียกค่าเสียหายจากอเมซอนเป็นเงิน 51 ล้านเหรียญ

ยอดจำหน่ายสินค้าประเภทหนังสือ ซีดี และดีวีดีในอเมซอนนั้นเพิ่มขึ้นเพียง 1% เท่านั้น ทำได้ 2.44 พันล้านเหรียญ ขณะที่สินค้าประเภทเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรทั่วไปมียอดขายสูงขึ้น 35% เป็น 2.07 พันล้านเหรียญ

อเมซอนระบุว่า รายได้จากภูมิภาคอเมริกาเหนือนั้นเพิ่มขึ้นราว 13% ต่ำกว่าภูมิภาคอื่นๆที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16% โดยในตลาดอเมริกาเหนือ อเมซอนพบว่าสินค้าประเภทสื่อ ทั้งวิดีโอเกมและวิดีโอเกมคอนโซลนั้นมีแนวโน้มหดตัวลง

แนวโน้มสำคัญอีกจุดคือ นักขายอิสระหรือ third-party sellers กลุ่มผู้บริโภคที่ลงทะเบียนจำหน่ายสินค้าของตัวเองผ่านทางอเมซอนนั้นมีสัดส่วน 30% ของยอดขายอเมซอนทั้งหมดแล้ว เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ส่งให้ต้นทุนการขนส่งของอเมซอนในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 147 ล้านเหรียญจาก 128 ล้านเหรียญเมื่อปีที่ผ่านมา

อเมซอนปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดยอดขายเครื่องอ่านอีบุ๊กอย่างคินเดิล ซึ่งถูกลดราคาลง 60 เหรียญเหลือ 299 เหรียญในเดือนนี้ (กรกฏาคม) ขณะที่ค่ายคู่แข่งอย่างโซนี่ (Sony) เปิดเผยว่าจัดส่งเครื่องอ่านอีบุ๊กของตัวเองลงสู่ตลาดแล้วกว่า 400,000 เครื่องตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2006 ราคาเริ่มต้นขณะนี้คือ 270 เหรียญ

หนึ่งในหลายสิ่งที่อเมซอนจะลงมือทำนับจากนี้คือการรุกตลาดสินค้าแฟชัน เช่น รองเท้าและกระเป๋า อย่างเต็มตัว เพราะล่าสุดอเมซอนประกาศซื้อเว็บไซต์ขายรองเท้า Zappos.com ด้วยมูลค่า 850 ล้านเหรียญเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เชื่อว่าอเมซอนจะไม่นำมารวมกับ Endless.com ร้านขายรองเท้าและกระเป๋าออนไลน์ที่อเมซอนมีอยู่ในขณะนี้

สำหรับไตรมาสปัจจุบัน อเมซอนคาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 4.75-5.25 พันล้านเหรียญ ตรงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 4.92 พันล้านเหรียญ


อเมซอนขอโทษ กรณีสั่งลบไฟล์อีบุ๊กในคินเดิลจากทางไกล

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ชุมชนคนอินเทอร์เน็ตเผยแพร่ข่าวที่ระบุว่า อเมซอนถูกร้องเรียนว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง Animal Farm กับ Nineteen Eighty-Four (1984) ของจอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell) ที่วางจำหน่ายในร้านขายอีบุ๊กสำหรับเครื่องคินเดิลนั้นผิดลิขสิทธิ์ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น อเมซอนจึงสั่งลบไฟล์เจ้าปัญหานี้ออกจากร้านและเครื่องคินเดิลทุกเครื่องจากทางไกลโดยไม่มีการแจ้งแก่เจ้าของเครื่อง สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า อเมซอนกำลังก้าวก่ายความเป็นเจ้าของอีบุ๊กของผู้บริโภค ทั้งที่อเมซอนได้คืนเงินค่าหนังสือให้กับลูกค้าทุกคนที่ซื้อหนังสือ 2 เล่มนี้ครบถ้วน

ล่าสุด เจฟ เบโซส ผู้ก่อตั้งอเมซอนออกแถลงการณ์ขอโทษสำหรับกรณีที่เกิดขึ้นบนบล็อกของอเมซอน โดยยอมรับว่าการแก้ปัญหาของอเมซอนครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่โง่เขลา ขาดการไตร่ตรอง และล้ำเส้นลูกค้า พร้อมให้คำมั่นว่าอเมซอนจะปรับตัวให้ดีขึ้นกว่านี้ในการแก้ปัญหาครั้งต่อไป

http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000083960

No comments: